Connect with us

ชายแดนตราด

ไทยไม่รื้อ หลังทหารกัมพูชา ถืออาวุธ ขอไทยรื้อลวดหนาม

Published

on

ทหารไทยไม่รื้อ หลัง ทหารกัมพูชา ถืออาวุธ ขอไทยรื้อลวดหนามหีบเพลง บริเวณชายแดนในพื้นที่ตำบลแหลมกลัด อ.เมือง จ.ตราด

(16 ส.ค. 68) จากกรณี ทหารกัมพูชาพร้อมอาวุธขอให้ทหารไทย นำลวดหนามหีบเพลง ที่ติดตั้งตลอดแนวชายแดนออกไป ในพื้นที่ ต.แหลมกลัด อ.เมือง จ.ตราด นั้น

ผู้สื่อข่าวสอบถามไปยัง น.อ.ภริศวร์ วงษ์เพ็ญศรี ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินตราด (ผบ.ฉก.นย.ตราด) เกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า หลังจากทราบเรื่องแล้ว ทาง ฉก.นย.ตราด ได้แจ้งกลับไปว่า จะไม่มีการดำเนินการนำลวดหนามหีบเพลง ตามที่ทหารกัมพูชาร้องขอ เนื่องจาก ฉก.นย.ตราด จำเป็นต้องป้องกันพื้นที่อาณาเขตของไทย หลังจากแจ้งไปแล้วทหารกัมพูชาเข้าใจและออกจากพื้นที่ไปแล้ว

อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวรายหนึ่ง ให้ข้อมูลเพิ่มเติมในพื้นที่บริเวณนี้ว่า ฝ่ายกัมพูชามีการขุดคูเลต ไว้บางส่วน แต่ไม่ได้มีการรุกล้ำเข้ามายังแขตแดนไทย

ภาพ : Army Military Force

ชายแดนตราด

ทร. โต้ข่าวปลอมเปิดด่านชายแดนจันทบุรี

Published

on

By

ทร. โต้ข่าวปลอมเปิดด่านชายแดนจันทบุรี ผบ.ทร. ยืนยันไม่เปิดประตูเล็กพลักดันต่างด่าว ก่อนงัดไม้เด็ดไลฟ์สด 3 จุดผ่านแดนพิสูจน์ความโปร่งใสให้ประชาชนทั้งประเทศให้ชม

จากกรณีผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์คนหนึ่ง ได้โพสต์ภาพพร้อมข้อความส่วนหนึ่ง ระบุว่า “ด่านหนองผักกาดไม่เคยถูกปิด มีนายทุนส่งสินค้าจากไทยไปเขมรตลอดเวลา” ลงบนแพลตฟอร์มออนไลน์เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา สร้างเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักต่อการทำงานของเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง

โดยก่อนหน้านี้ วันที่ 22 พฤษภาคม 2569  พล.ร.อ.ไพโรจน์ เฟื่องจันทร์ ผู้บัญชาการกองทัพเรือ (ผบ.ทร.) ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนภายหลังลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการซ้อมแผนอพยพทางทะเลที่อำเภอคลองใหญ่ จ.ตราด โดยได้ปฏิเสธกระแสข่าวลือและยืนยันอย่างชัดเจนว่า ไม่มีการเปิดด่านแต่อย่างใด

ส่วนภาพการเปิดประตูเล็กที่ปรากฏให้เห็นในบางครั้งนั้น ผบ.ทร. ชี้แจงว่า เป็นเพียงการดำเนินการทางมนุษยธรรมและการผลักดันบุคคลที่กระทำผิดกฎหมายกลับประเทศเท่านั้น ซึ่งขั้นตอนดังกล่าวจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อผู้กระทำผิดชาวไทยดำเนินคดีในฝั่งกัมพูชาเสร็จสิ้น หรือผู้กระทำผิดชาวกัมพูชาผ่านกระบวนการยุติธรรมในฝั่งไทยเสร็จสิ้นแล้ว จึงจะมีการส่งตัวกลับผ่านช่องทางดังกล่าว

            ต่อมา 25 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา ผู้ใช้สื่อออนไลน์ในชื่อ พิชัย โพสต์เนื้อหาและภาพลงในติ๊กต็อก มีข้อความดังนี้ “คนขายชาติที่เปิดด่านหนองผักกาด ที่คือการโกหก ที่ประชาชนจับได้ ด่านหนองผักกาดไม่เคยถูกปิด มีนายทุนส่งสินค้าจากไทยไปเขมรตลอดเวลา เขมรถึงมีชีวิตอยู่ได้ แถมยังมีเสบียงเพื่อไว้ต่อสู้กับทหารไทยอีก ขายชาติทั้งนายทุนไทย รัฐบาลและทหารระดับนายพลสั่งการทั้งหลาย” ส่งผลให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ต่อการทำหน้าที่ของฝ่ายความมั่นคงที่กำลังทำหน้าที่อยู่บริเวณนั้นเป็นอย่างมาก

จากนั้นวันที่ 27 พฤษภาคม 2569   พล.ร.ต.ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ ได้แถลงย้ำอีกครั้งว่า กองทัพเรือยังคงดำเนินมาตรการ ปิดด่านตลอดแนวและควบคุมพื้นที่ชายแดนอย่างเข้มงวดตามนโยบายรัฐบาล การอนุญาตให้ผ่านเข้า-ออกในบางกรณี เป็นไปเพื่อภารกิจที่เกี่ยวข้องกับการบังคับใช้กฎหมาย ความมั่นคง และหลักมนุษยธรรม ภายใต้การกำกับดูแลของเจ้าหน้าที่เท่านั้น ไม่ใช่การเปิดด่านให้สัญจรทั่วไป

โฆษกกองทัพเรือระบุเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันยังคงมีความพยายามลักลอบเข้าเมืองและทำกิจกรรมผิดกฎหมายของเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ กองทัพเรือจึงยังคงมาตรการลาดตระเวนอย่างต่อเนื่อง พร้อมฝากเตือนประชาชนให้ใช้วิจารณญาณในการรับข่าวสาร ระมัดระวังบางเพจที่พยายามสร้างกระแสปลุกปั่น “ปราศจากหลักฐาน” ซึ่งส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นด้านความมั่นคง หากประชาชนพบเห็นการลักลอบผ่านแดน สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่ ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพเรือ สายด่วน 1696 ตลอด 24 ชั่วโมง

แม้จะมีการชี้แจงไปแล้วอย่างต่อเนื่อง แต่ยังคงมีสื่อสังคมออนไลน์บางเพจเผยแพร่ข้อมูลเท็จ อ้างว่ากองทัพเรือเปิดให้มีการเดินทางและขนส่งสินค้าข้ามชายแดนในพื้นที่จังหวัดจันทบุรีและตราด พล.ร.ต.ปารัช จึงได้ออกมาปฏิเสธอีกครั้ง พร้อมยืนยันว่าข้อมูลดังกล่าวไม่ตรงกับข้อเท็จจริง เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลที่ถูกต้องและสามารถตรวจสอบได้ด้วยตนเอง

กองทัพเรือจึงได้เริ่มดำเนินการเผยแพร่ภาพสด (Live) ผ่านทางเพจ Facebook “โฆษกกองทัพเรือ” จากประตูจุดผ่านแดนถาวร 3 แห่ง ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของกองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด (กปช.จต.) ได้แก่  จุดผ่านแดนถาวรบ้านผักกาด อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี จุดผ่านแดนถาวรบ้านแหลม อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี และจุดผ่านแดนถาวรบ้านหาดเล็ก อำเภอคลองใหญ่ จังหวัดตราด

การถ่ายทอดสดดังกล่าว มีขึ้นเพื่อให้ประชาชนได้เห็นภาพจริงว่าด่านชายแดนยังคงอยู่ภายใต้มาตรการควบคุมอย่างเข้มงวด ไม่ได้เปิดให้สัญจรอย่างเสรีตามที่มีการกล่าวอ้าง ทั้งนี้ ในช่วงที่ผ่านมา กปช.จต. ยังคงดำเนินการสกัดกั้นการลักลอบข้ามแดนอย่างต่อเนื่อง จนนำไปสู่การจับกุมผู้ลักลอบเข้าเมืองและเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติได้จำนวนมาก ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการทำงานที่โปร่งใส ตรงไปตรงมา และพร้อมรับการตรวจสอบจากสังคมตลอดเวลา

Continue Reading

ชายแดนตราด

 ทร.โต้ข่าวปลอม ละเลยจับลักลอบข้ามชายแดนจันทบุรี

Published

on

 กองทัพเรือโต้ข่าวปลอม ละเลยจับกุมผู้ลักลอบข้ามแดนไทย-กัมพูชา ด้านจังหวัดจันทบุรี ปูพรมกวาดล้างแก๊งลักลอบข้ามแดน “จับจริงทุกราย ไม่มีเว้นวรรค”

สถานการณ์ความมั่นคงบริเวณแนวชายแดนตะวันออก ภายใต้การดูแลของกองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด (กปช.จต.) ที่กำลังเป็นที่จับตามองอย่างมาก หลังจากเกิดกระแส ข่าวปลอมโจมตีการทำงานของเจ้าหน้าที่รัฐบนโลกออนไลน์ นำไปสู่การพิสูจน์ความจริงด้วยผลงานการจับกุมอย่างต่อเนื่องชนิดที่เรียกว่า มาอีกก็จับอีก ครอบคลุมตั้งแต่นายหน้าเถื่อน แรงงานกัมพูชา ไปจนถึงกลุ่มทุนจีนสีเทา

จุดเริ่มต้นข่าวปลอม เจ้าหน้าที่ปล่อยปละละเลย

เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2026 ที่ผ่านมา เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักบนสื่อสังคมออนไลน์ โดยมีการเผยแพร่คลิปวิดีโอและข้อความกล่าวหาว่า เจ้าหน้าที่ปล่อยปละละเลยให้มีการลักลอบข้ามแดนบริเวณพื้นที่หมู่ 2 ตำบลทุ่งขนาน อำเภอสอยดาว จังหวัดจันทบุรี

ต่อมา พล.ร.ต.ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ ได้ออกมาชี้แจงทันควัน พร้อมยืนยันว่าข้อมูลดังกล่าวเป็นข่าวปลอม (Fake News) ที่เกิดจากการนำภาพเหตุการณ์เก่ามาเล่าใหม่เพื่อสร้างความเข้าใจผิด โดยภาพที่ถูกนำมาอ้างอิงนั้นแท้จริงแล้ว คือ ผลงานการจับกุมที่ผ่านมาของหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินจันทบุรี (ฉก.นย.จันทบุรี) ซึ่งผู้กระทำผิดถูกส่งดำเนินคดีไปหมดแล้ว ได้แก่

12 พฤศจิกายน 2025  จับกุมชาวกัมพูชา 108 คน

15 มกราคม 2025 จับกุมผู้ต้องหาชาวจีน 13 คน

19 มีนาคม 2026  จับกุมชาวกัมพูชาและคนนำพาชาวไทย 17 คน

รวมผู้ต้องหาจากภาพข่าวปลอมทั้งสิ้น 138 คน ซึ่งทุกคนถูกดำเนินคดีตามกฎหมายเรียบร้อยแล้ว

ความจริงในพื้นที่ ณ ขณะนั้น (เช้าวันที่ 24 เมษายน 2026 เวลา 07.00 น.) เจ้าหน้าที่ทหารพรานนาวิกโยธินที่ 524 เพิ่งจะปฏิบัติการจับกุมชาวกัมพูชา 3 ราย ที่กำลังลักลอบข้ามแดนพร้อมขนสิ่งของบริเวณบ้านซับตารี เป็นการตอกย้ำนโยบาย “จับจริง ส่งดำเนินคดีทุกราย” อย่างโปร่งใสและเคารพสิทธิมนุษยชน

กวาดล้างต่อเนื่อง หลังข่าวปลอม (25 – 30 เม.ย. 2026)

เพื่อเป็นการตอกย้ำว่ากองทัพเรือไม่ได้มีช่องโหว่ตามที่ข่าวปลอมกล่าวอ้าง กปช.จต. ได้เพิ่มความเข้มงวดในการลาดตระเวนตลอดแนวชายแดนกว่า 100 กิโลเมตร และนำมาซึ่งผลการจับกุมรายวันอย่างต่อเนื่อง ดังนี้

คืนวันที่ 25 เมษายน 2026 (เวลา 21.30 น.)  ชุดควบคุมทหารพรานนาวิกโยธินที่ 2 ร่วมกับ ตม. และ สภ.สะตอน จับกุมชาวกัมพูชา 2 ราย ที่ลักลอบข้ามแดนโดยไม่มีเอกสารแสดงตน ก่อนคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน

วันที่ 27 เมษายน 2026  (เวลา 05.00 น.) กองร้อยทหารพรานนาวิกโยธินที่ 526 ยึดกระสอบยาสมุนไพรและอาหารแปรรูปหนีภาษีบริเวณชายแดน อ.โป่งน้ำร้อน

เวลา 10.00 น. กองร้อยฯ 521 ร่วมกับสรรพสามิตและศุลกากร จับกุมผู้กระทำผิด 2 ราย พร้อมของกลางสินค้าหนีภาษีลอตใหญ่ (บุหรี่ต่างประเทศ สุรา) ที่ซุกซ่อนมากับรถจักรยานยนต์

เวลา 11.00 น.  กองร้อยฯ 542 จับกุมชาวกัมพูชา 8 คน (ชาย 2, หญิง 6) บริเวณใกล้หลักเขตแดนที่ 58 ส่วนผู้นำพา 1 คนแต่งกายคล้ายทหารกัมพูชาไหวตัวทันหลบหนีข้ามฝั่งไปได้ ผู้ต้องหาสารภาพว่าจ่ายค่านายหน้าคนละ 3,500 บาท เพื่อกลับมาหานายจ้างเก่าที่ อ.มะขาม สะท้อนให้เห็นถึงวิกฤตเศรษฐกิจในประเทศเพื่อนบ้านที่บีบบังคับให้ประชาชนต้องดิ้นรนเอาชีวิตรอด

ล่าสุดวันนี้! 30 เมษายน 2026 (เวลา 06.00 น.) ฉก.นย.จันทบุรี สกัดจับขบวนการลักลอบขนชาวจีนได้ที่บ้านป่าวิไล ต.คลองใหญ่ อ.โป่งน้ำร้อน โดยรวบตัวนายชัชวาลย์ (อายุ 39 ปี) คนขับรถกระบะชาวไทย ที่รับจ้างหัวละ 1,000 บาท ขนบุคคลสัญชาติจีน 7 ราย ที่ลักลอบมาจากปอยเปตเพื่อเตรียมส่งไปยัง อ.สอยดาว เบื้องต้นพบว่า 6 คนไม่มีหนังสือเดินทาง และอีก 1 คนอยู่เกินกำหนด (Overstay) แม้เบื้องต้นยังไม่พบหลักฐานเชื่อมโยงแก๊งคอลเซ็นเตอร์ (Cyber Scam) แต่เจ้าหน้าที่ได้ส่งตัวดำเนินคดีตามกฎหมายขั้นเด็ดขาด

ย้อนรอยความเข้มงวด ก่อนเกิดข่าวปลอม (10 – 22 เม.ย. 2026)

หากมองย้อนกลับไปก่อนที่จะมีข่าวปลอมโจมตี จะพบว่าเจ้าหน้าที่ความมั่นคงทำงานกันอย่างหนักหน่วงมาโดยตลอดเพื่อสกัดกั้นภัยคุกคามทุกรูปแบบ

10 เมษายน 2026 เวลาประมาณ 10.00 น. เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวชาวบังกลาเทศ 8 คน (ชายล้วน) ที่สวนเกษตร บ้านมะรุม หมู่ที่ 6 ต.คลองใหญ่ อ.โป่งน้ำร้อน กลุ่มนี้ใช้วิธีบินลงกัมพูชาแล้วเดินเท้าลัดเลาะช่องทางธรรมชาติเข้าไทย หวังมุ่งหน้าเข้ากรุงเทพฯ เพื่อขอความช่วยเหลือจากสถานทูตบังกลาเทศกลับประเทศ

22 เมษายน 2026 เวลา 00.30 น. ชุดลาดตระเวนซุ่มเฝ้าตรวจกลางคืน จับกุมชาวกัมพูชา 7 ราย (ชาย 6, หญิง 1) ที่หมู่ 4 ต.เทพนิมิต อ.โป่งน้ำร้อน กลุ่มนี้หนีภัยเศรษฐกิจตกต่ำและการว่างงานมาจาก จ.พระตะบอง โดยยอมจ่ายค่านายหน้าสูงถึงรายละ 6,000 บาท เพื่อแลกกับโอกาสเข้ามาหางานทำในไทยตอนใน

Continue Reading

ชายแดนตราด

สยบข่าวปลอมเปิดด่านชายแดน แต่ทะเลส่งออกได้ปกติ เว้นตราด-จันท์

Published

on

ทร. สยบข่าวปลอม “เปิดด่านชายแดนตราด-จันทบุรี” ชี้กัมพูชาปั่นกระแส ด้านชาวตราดบางส่วน บอกยังไม่ให้เปิดด่าน ขณะที่การค้าปรับตัว มุ่งส่งออกผ่านช่องทางทะเลถูกกฎหมาย

ท่ามกลางกระแสข่าวลือที่แพร่สะพัดบนโลกโซเชียลเกี่ยวกับการเปิดด่านชายแดนทางบกฝั่งจันทบุรี-ตราด เพื่อส่งเสบียงและสินค้าเข้าไปยังประเทศกัมพูชานั้น ล่าสุดทางกองทัพเรือได้ออกมายืนยันชัดเจนแล้วว่าประเด็นดังกล่าวเป็น “ข่าวปลอม” (Fake News)

อย่างไรก็ตาม ในมิติของเศรษฐกิจและการค้าระหว่างประเทศ แม้ประตูด่านทางบกจะปิดตายจากสถานการณ์ความมั่นคง แต่สินค้าไทยยังคงเป็นที่ต้องการสูง และผู้ประกอบการได้ปรับตัวหันไปใช้เส้นทางขนส่งทางทะเลผ่านประเทศที่สามอย่างถูกกฎหมาย ซึ่งช่วยขับเคลื่อนฟันเฟืองเศรษฐกิจต่อไปได้

กองทัพเรือนั่งยันนอนยัน “ข่าวปลอม” ไร้นโยบายเปิดด่านทางบก

ประเด็นร้อนนี้ถูกชี้แจงอย่างเป็นทางการโดย พลเรือตรี ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ ซึ่งระบุชัดเจนว่า ข้อมูลที่อ้างว่าทางการไทยจะเปิดช่องทางขนส่งสิ่งของบรรเทาทุกข์ไปยังกัมพูชาผ่านชายแดนจันทบุรีและตราดนั้น “ไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด” โฆษกกองทัพเรือ ย้ำว่า นี่คือการบิดเบือนข้อเท็จจริงเพื่อปั่นกระแส หากทางกัมพูชาต้องการความช่วยเหลือจากวิกฤตความเดือดร้อนของประชาชนที่ตกงานหรืออดอยาก ซึ่งเป็นผลพวงจากการตัดสินใจที่ผิดพลาดของผู้นำประเทศ ก็ควรดำเนินการประสานงานผ่าน “ช่องทางทางการทูต” ตามหลักสากล กองทัพเรือไม่มีนโยบายเปิดด่านหรือช่องทางพิเศษใดๆ ทั้งสิ้น และยังคงตรึงกำลังควบคุมพื้นที่ชายแดนอย่างเข้มงวดตามกรอบกฎหมายและความมั่นคงของชาติ

นอกจากนี้ ยังมีการตั้งข้อสังเกตว่า ข่าวปลอมลักษณะนี้เป็นความพยายามสร้างความสับสนและปั่นกระแสจากฝั่งกัมพูชาอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ปะทะกัน ขณะนี้กองทัพเรือกำลังเร่งแกะรอยแหล่งที่มาของข่าว เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายกับผู้เผยแพร่ พร้อมเตือนประชาชนชาวตราดและคนไทยทั่วประเทศ ให้ใช้วิจารณญาณ เช็กให้ชัวร์ก่อนแชร์ และอย่าตกเป็นเครื่องมือของปฏิบัติการข่าวสาร (IO) จากฝั่งตรงข้าม

จับตาแทคติก “ขอเปิดด่านชั่วคราว” หวังกรุยทางหรือไม่?

ด้าน คุณวาสนา นาน่วม ผู้สื่อข่าวอาวุโสสายทหาร ได้ให้ข้อมูลเชิงลึกที่น่าสนใจว่า มีความพยายามจากฝั่งกัมพูชาในการใช้ข้ออ้าง “ขอเปิดด่านชั่วคราวเฉพาะกิจ” เพื่อขนส่งวัสดุอุปกรณ์สำหรับก่อสร้างโรงเรียนพระราชทานเข้าไปยังกัมพูชา

จากการตรวจสอบข้อมูลกับ พลเรือโท อภิชาติ ทรัพย์ประเสริฐ ผู้บัญชาการนาวิกโยธิน และผู้บัญชาการกองกำลังป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด (ผบ.นย./ผบ.กปช.จต.) ยืนยันว่า ยังไม่เคยได้รับการประสานงานใดๆ ทั้งจากทางการกัมพูชาหรือจากกองทัพเรือส่วนกลางในเรื่องนี้

อย่างไรก็ตาม มีรายงานวงในระบุว่า ช่วงปลายเดือนมีนาคม 2569 ที่ผ่านมา คนสนิทของ “สมเด็จฮุนเซน” ได้มีความพยายามเจรจากับตัวแทนฝ่ายทหารไทย เพื่อขอเปิดด่านชั่วคราวฝั่งตรงข้ามจังหวัดตราด โดยอ้างว่าได้จัดเตรียมซื้อวัสดุในไทยไว้พร้อมแล้ว ซึ่งทางทหารไทยในพื้นที่ได้รายงานเรื่องนี้ตามลำดับชั้นให้ผู้บังคับบัญชาทราบแล้ว หลายฝ่ายจึงจับตามองว่า นี่อาจเป็นแทคติกของกัมพูชาที่ใช้เรื่องการศึกษามาเป็นข้ออ้างเพื่อ “กรุยทาง” ไปสู่การเปิดด่านเต็มรูปแบบในอนาคตหรือไม่

มุมมองผู้นำท้องถิ่นตราด : “ความมั่นคงของชาติ ต้องมาก่อนปากท้องเสมอ”

ในส่วนของภาคประชาชนและผู้นำท้องถิ่น นายกิตติธัช ไชยอรรถ หนึ่งในคีย์แมนสำคัญที่ร่วมผลักดันโครงการถนนความมั่นคงบ้านสามหลัง จังหวัดตราด ได้แสดงจุดยืนอย่างหนักแน่นว่า “ไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งกับการเปิดด่านในเวลานี้”

นายกิตติธัช ให้เหตุผลที่น่ารับฟังว่า หากมองข้ามแดนไปในเวลานี้ ฝั่งกัมพูชายังคงมีการขุดแนวสนามเพลาะและสร้างแนวป้องกันตลอดตะเข็บชายแดน ซึ่งเป็นสัญญาณชัดเจนว่าพวกเขายังคงอยู่ในโหมดเตรียมพร้อมรบและตึงกำลัง การเปิดด่านเพื่อส่งเสบียงหรือสินค้าเข้าไปตอนนี้ ก็ไม่ต่างอะไรกับการส่งกำลังบำรุงไปเสริมความเข้มแข็งทางยุทธศาสตร์ให้ฝ่ายตรงข้าม ในขณะที่สถานการณ์ยังมีความสุ่มเสี่ยง

“การเปิดด่านนั้นมีความเป็นไปได้ในอนาคต แต่หนทางยังอีกยาวไกล เงื่อนไขแรกคือสถานการณ์ต้องสงบ ผู้ใหญ่ของทั้งสองประเทศต้องเจรจาปรับความเข้าใจและลดการตึงกำลังทหารลงก่อน หากจะเปิด ก็ต้องเปิดพร้อมกันทุกจุดโดยเอาความมั่นคงเป็นตัวตั้ง เราไม่ควรเร่งรีบ ถนนความมั่นคงบ้านสามหลังที่เราสร้างมา แลกมาด้วยงบประมาณและหยาดเหงื่อแรงกายของชาวตราด การจะทำอะไรต้องนึกถึงผลประโยชน์ส่วนรวมของชาติเป็นหลัก แม้เศรษฐกิจการค้าชายแดนจะสำคัญ แต่นาทีนี้ บริบทความปลอดภัยต้องมาก่อน” นายกิตติธัช กล่าวย้ำ

เจาะลึกเศรษฐกิจตราด : ด่านบกปิด แต่ “ขนส่งสินค้าทางทะเล” ยังคึกคักและถูกกฎหมาย 100%

หลายคนอาจสงสัยว่า หากด่านทางบกปิดตาย ทำไมในกัมพูชาถึงยังมีสินค้าไทยวางขายและไม่เกิดภาวะขาดแคลน?  ทีมข่าวได้ลงพื้นที่พูดคุยกับ นักธุรกิจรายใหญ่ในจังหวัดตราด (ขอสงวนนาม) ซึ่งได้เปิดเผยข้อมูลอินไซต์ของภาคเศรษฐกิจที่น่าสนใจมาก

นักธุรกิจรายนี้ระบุว่า ความต้องการสินค้าอุปโภคบริโภคของไทยในกัมพูชายังคงสูงลิ่ว เมื่อด่านชายแดนทางบกผ่านจังหวัดตราดหรือสระแก้วปิด ผู้ประกอบการไทยจึงต้องปรับกลยุทธ์ด้านโลจิสติกส์ใหม่ โดยหันไปใช้ “การส่งออกผ่านประเทศที่สาม” แทน

เส้นทางขนส่งใหม่  ปัจจุบันสินค้าไทยจำนวนมหาศาลถูกลำเลียงไปขึ้นเรือบรรทุกสินค้าที่ ท่าเรือแหลมฉบัง จ.ชลบุรี รวมถึงท่าเรือในกรุงเทพฯ เพื่อส่งออกทางทะเลไปยัง ประเทศเวียดนาม จากนั้นเอเย่นต์ในเวียดนามจะทำหน้าที่เป็นผู้กระจายสินค้า ผ่านแดนทางบกเข้าสู่กัมพูชาอีกทอดหนึ่ง (ส่วนในภาคอีสาน ก็ใช้วิธีส่งออกข้ามแดนไป สปป.ลาว แล้วให้ลาวส่งต่อเข้ากัมพูชา)

ความถูกต้องทางกฎหมาย  ในทางนิตินัย สินค้าเหล่านี้ถือเป็นการ “ส่งออกไปยังเวียดนามหรือลาว” ซึ่งเป็นการค้าขายระหว่างประเทศที่ ถูกต้องตามกฎหมายทุกประการ ไม่ใช่การลักลอบหรือละเมิดมาตรการปิดด่านแต่อย่างใด

ต้นทุนที่ก้าวกระโดด  การเปลี่ยนมาใช้การขนส่งทางทะเลและอ้อมประเทศที่สาม ทำให้ต้นทุนพุ่งสูงขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ จากเดิมที่ใช้รถบรรทุกวิ่งผ่านด่านชายแดนตราด มีค่าใช้จ่ายราว 30,000 บาท/เที่ยว ปัจจุบันเมื่อต้องลงเรือไปเวียดนาม ต้นทุนขยับพุ่งไปถึง 70,000 – 80,000 บาท/เที่ยว (เพิ่มขึ้น 3-4 เท่า)

ระยะเวลาขนส่ง  จากเดิมวิ่งรถข้ามแดนใช้เวลาเพียง 1 สัปดาห์ ปัจจุบันกระบวนการทั้งหมดต้องใช้เวลาเกือบ 1 เดือน

สรุปสาระสำคัญด้านเศรษฐกิจ  ภาระค่าขนส่งที่เพิ่มขึ้นมหาศาลนี้ “ผู้นำเข้าฝั่งกัมพูชาเป็นผู้แบกรับต้นทุนทั้งหมด” พวกเขายอมจ่ายแพงขึ้นเพื่อให้มีสินค้าไทยไปหล่อเลี้ยงความต้องการภายในประเทศ นี่คือคำตอบว่าทำไมกัมพูชาจึงไม่เกิดภาวะสินค้าขาดแคลนหนัก แม้ไทยจะปิดด่านชายแดนก็ตาม

สถานการณ์ชายแดนตราดในขณะนี้ เป็นบทพิสูจน์ให้เห็นถึงการรักษาสมดุลระหว่าง “ความมั่นคง” และ “เศรษฐกิจ” กองทัพเรือและฝ่ายความมั่นคงยังคงทำหน้าที่ปกป้องอธิปไตยและสกัดกั้นข่าวปลอมอย่างเข้มแข็ง ในขณะเดียวกัน ภาคธุรกิจก็แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการปรับตัว ใช้ความได้เปรียบทางภูมิศาสตร์และระบบลอจิสติกส์ทางทะเลระดับสากล เพื่อรักษาเม็ดเงินจากการส่งออกไว้อย่างถูกกฎหมาย โดยผลผลักภาระต้นทุนไปยังประเทศปลายทาง

Continue Reading

ชายแดนตราด

นย.ตราด จับ 4 ชาวจีนหนีตาย ถูกบังคับทำสแกมเมอร์

Published

on

ทหารพรานนาวิกโยธินตราด รวบ 4 ชาวจีนลอบเข้าเมือง เผยเบื้องหลังสุดรันทด ถูกกลุ่มธุรกิจสีเทาบังคับทำงานสแกมเมอร์ในทมอดา ก่อนหนีตายข้ามแดนมาฝั่งไทย กองทัพเรือเร่งขยายผลคัดกรองเหยื่อค้ามนุษย์

กองทัพเรือ โดยกองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด (กปช.จต.) รายงานการจับกุมชาวจีนจำนวน 4 ราย เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2569 ขณะลักลอบหลบหนีออกจากเขตเศรษฐกิจพิเศษทมอดา ประเทศกัมพูชา ข้ามมายังฝั่งไทย โดยผู้ถูกจับกุมให้ข้อมูลสำคัญว่าตนถูกบังคับให้ทำงานในขบวนการหลอกลวงออนไลน์หรือสแกมเมอร์ (Cyber Scam) ของกลุ่มธุรกิจจีนเทาในพื้นที่ดังกล่าว

ในการนี้ หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินตราดได้เข้าดูแลตามหลักมนุษยธรรมเบื้องต้น ทั้งการมอบอาหาร น้ำดื่ม และปฐมพยาบาลบาดแผลที่ได้รับระหว่างการหลบหนี ก่อนจะประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเข้าสู่กระบวนการคัดกรองและดำเนินการตามกฎหมาย

โฆษกกองทัพเรือ ระบุว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต่อเนื่องสะท้อนรูปแบบการหลอกลวง กักตัว และบังคับใช้แรงงานต่างชาติของกลุ่มธุรกิจสีเทาในพื้นที่ชายแดน ซึ่งถือเป็นภัยคุกคามด้านความมั่นคงรูปแบบใหม่ โดยกองทัพเรือจะเพิ่มความเข้มงวดในการเฝ้าตรวจและบูรณาการกับทุกหน่วยงานเพื่อสกัดกั้นเครือข่ายดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง

Continue Reading
Advertisement

Trending

Copyright © 2553 สำนักข่าวตราดทีวีออนไลน์ เว็บไซต์ข่าวจังหวัดตราด